จำนองบ้านกับธนาคาร VS บริษัทเอกชน เปรียบเทียบชัดๆ

เมื่อต้องการใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อขอเงินก้อน หลายคนมักลังเลระหว่าง จำนองบ้านกับธนาคาร หรือเลือก จำนองบ้านบริษัทเอกชน ดี เพราะแต่ละทางเลือกมีจุดเด่นและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน บทความนี้จะเปรียบเทียบจำนองบ้านทั้งสองรูปแบบอย่างละเอียด ทั้งดอกเบี้ย วงเงิน เอกสาร และระยะเวลาอนุมัติ เพื่อให้คุณเลือกได้ตรงกับความต้องการมากที่สุด

Table of Contents

จำนองบ้านคืออะไร?

จำนองบ้าน คือการนำบ้านหรือที่อยู่อาศัยไปเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงิน โดยกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของเจ้าของเดิม ผู้รับจำนองได้สิทธิเรียกร้องชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองหากผู้กู้ผิดนัดชำระ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการฟ้องบังคับคดีตามกฎหมาย

ปัจจุบันผู้ให้บริการรับจำนองบ้านมี 2 ประเภทหลัก คือ ธนาคาร และ บริษัทเอกชน ซึ่งทั้งสองมีความแตกต่างที่ผู้กู้ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

จำนองบ้านธนาคาร vs บริษัทเอกชน ต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบจำนองบ้านกับธนาคาร VS บริษัทเอกชน

 

หัวข้อ

จำนองกับธนาคาร

จำนองกับบริษัทเอกชน

ดอกเบี้ย

ต่ำกว่า 5–8% ต่อปี

สูงกว่า 12–15% ต่อปี

วงเงินอนุมัติ

70–80% ของราคาประเมิน

50–70% ของราคาประเมิน

ระยะเวลาอนุมัติ

2–4 สัปดาห์

1–3 วันทำการ

ตรวจเครดิตบูโร

ตรวจสอบเข้มงวด

ไม่ตรวจ หรือยืดหยุ่น

เอกสารที่ต้องใช้

มาก รายละเอียดสูง

น้อย ยืดหยุ่นกว่า

คุณสมบัติผู้กู้

ต้องมีรายได้ประจำ

ยืดหยุ่น แม้ไม่มีสลิปเงินเดือน

ระยะเวลาผ่อน

นาน 10–30 ปี

สั้น 1–5 ปี

ความยืดหยุ่นเงื่อนไข

ต่ำ ตามนโยบายธนาคาร

สูง ปรับได้ตามตกลง

ข้อดี-ข้อเสียของการจำนองบ้านกับธนาคาร

ข้อดี

  • ดอกเบี้ยต่ำ ประหยัดต้นทุนทางการเงินในระยะยาว
  • ธนาคารโดยปกติจะได้วงเงินอนุมัติ 80%- 100% ขึ้นไป ของราคาประเมิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละสถาบัน
  • ระยะเวลาผ่อนยาว ผ่อนสบาย ค่างวดต่อเดือนไม่หนัก
  • มั่นคงและน่าเชื่อถือ อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • อัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับนโยบายดอกเบี้ยแต่ละช่วงเวลา แต่มักจะ ต่ำกว่า 5% หรือถ้าเป็นสินเชื่อธุรกิจ ก็ไม่เกิน 10% ต่อปี
  • ระยะเวลาการกู้สามารถกู้ได้นานกว่า 10 ปี

ข้อเสีย

  • ขั้นตอนยุ่งยาก ต้องเตรียมเอกสารหลายอย่าง
  • ใช้เวลานาน อนุมัติช้า 2–4 สัปดาห์
  • ตรวจเครดิตบูโรเข้มงวด หากเครดิตไม่ดีอาจถูกปฏิเสธ
  • ต้องมีรายได้ประจำ อาชีพอิสระอาจกู้ยาก
  • การจำนองบ้านกับธนาคารต้องใช้เอกสารเยอะเพราะต้องตรวจสอบเอกสารทางการเงิน
  • การจำนองบ้านกับธนาคารจะพิจารณาอายุของผู้ด้วย ผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 55-60 ปี
  • การจำนองกับธนาคาร ธนาคารอาจจะบังคับให้ต้องมีผู้ค้ำประกัน
  • การจำนองที่ดินเปล่า ธนาคารมักไม่อนุมัติ

ข้อดี-ข้อเสียของการจำนองบ้านกับบริษัทเอกชน

ข้อดี

  • อนุมัติเร็ว ภายใน 1–3 วันทำการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วน
  • ไม่ตรวจเครดิตบูโร หรือตรวจแบบยืดหยุ่น
  • เอกสารน้อย ขั้นตอนไม่ซับซ้อน
  • ยืดหยุ่นในการเจรจา สามารถปรับเงื่อนไขให้เหมาะกับผู้กู้ได้
  • เปิดรับอาชีพอิสระ แม้ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถจำนองได้
  • การจำนองกับบริษัทเอกชน หรือ กับบุคคลธรรมดา ทำธุรกรรมที่กรมที่ดินจึงปลอดภัยหายห่วง

     

ข้อเสีย

  • ดอกเบี้ยสูงกว่า อยู่ในช่วง 12–15% ต่อปี
  • วงเงินอนุมัติต่ำกว่า ประมาณ 50–70% ของราคาประเมิน
  • ระยะเวลาผ่อนสั้น ทำให้ค่างวดต่อเดือนสูง
  • ต้องเลือกบริษัทที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบ
  • วงเงินได้เพียง 20-40% ของราคาประเมินตลาด
  • ดอกเบี้ยจะสูงกว่าการจำนองบ้านกับธนาคาร จะอยู่ที่ 1.25% ต่อเดือน หรือประมาณ 15% ต่อปี

     

ดอกเบี้ยจำนองบ้านธนาคารกับเอกชนต่างกันแค่ไหน?

ดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนการเงินตลอดอายุสัญญา

  • ธนาคาร: ดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5–8% ต่อปี (อาจมีโปรโมชั่น MRR -1% หรือ Fixed Rate ในปีแรก)
  • บริษัทเอกชน: ดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 12–15% ต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดเพดาน

แม้ดอกเบี้ยเอกชนจะสูงกว่า แต่ระยะเวลาผ่อนสั้นกว่า ทำให้ดอกเบี้ยรวมไม่สูงเท่าที่คิด หากผู้กู้สามารถปิดหนี้ได้เร็ว

เอกสารจำนองบ้านที่ต้องเตรียม

กรณีจำนองกับธนาคาร

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • โฉนดที่ดิน/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ตัวจริง
  • สลิปเงินเดือน 3–6 เดือนล่าสุด
  • หนังสือรับรองเงินเดือน
  • Statement บัญชีธนาคาร 6–12 เดือน
  • เอกสารแสดงสถานะทางการเงินอื่น ๆ
  • ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี)

กรณีจำนองกับบริษัทเอกชน

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • โฉนดที่ดิน/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ตัวจริง
  • ทะเบียนสมรส/หนังสือยินยอมคู่สมรส (ถ้ามี)
  • ภาพถ่ายปัจจุบันของบ้าน

จำนองบ้านกับบริษัทเอกชนดีกว่าธนาคารไหม?

คำตอบขึ้นอยู่กับ สถานการณ์และความต้องการ ของผู้กู้แต่ละคน ลองพิจารณาตามนี้

ควรเลือกธนาคารเมื่อ

  • มีรายได้ประจำและเครดิตดี
  • ต้องการดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว
  • ไม่รีบใช้เงิน รอได้ 2–4 สัปดาห์
  • ต้องการผ่อนระยะยาว ค่างวดเบา ๆ

ควรเลือกบริษัทเอกชนเมื่อ

  • ต้องการเงินด่วน ภายใน 1–3 วัน
  • เครดิตบูโรไม่ผ่าน หรือมีประวัติทางการเงิน
  • เป็นอาชีพอิสระ ไม่มีสลิปเงินเดือน
  • ใช้เงินระยะสั้น มีแผนปิดหนี้เร็ว

เคล็ดลับการเลือกบริษัทเอกชนรับจำนองบ้านที่น่าเชื่อถือ

  1. ตรวจสอบทะเบียนบริษัท ว่าจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย
  2. เปรียบเทียบดอกเบี้ยและเงื่อนไข จากหลายบริษัท
  3. อ่านสัญญาให้ละเอียด ก่อนเซ็น โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
  4. ห้ามเซ็นสัญญานอกสำนักงานที่ดิน เพราะจะถือเป็นโมฆะ
  5. เลือกบริษัทที่มีรีวิวและประสบการณ์ ไม่ติดต่อนายทุนนอกระบบ

สรุป

การเปรียบเทียบจำนองบ้านระหว่างธนาคารและบริษัทเอกชน ไม่มีคำตอบที่ดีกว่าโดยสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและความต้องการของผู้กู้ ธนาคารเหมาะกับคนที่มีเครดิตดี ต้องการดอกเบี้ยต่ำ และไม่รีบใช้เงิน ขณะที่ จำนองบ้านบริษัทเอกชนเหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วน เครดิตบูโรไม่ผ่าน หรือเป็นอาชีพอิสระ

หากคุณกำลังมองหาบริการรับจำนองบ้านที่อนุมัติไว วงเงินสูง และเงื่อนไขเป็นธรรม ติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญรับจำนองบ้านเพื่อรับคำปรึกษาฟรีและประเมินวงเงินเบื้องต้นได้ทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ดอกเบี้ยและความเร็วในการอนุมัติ ธนาคารดอกเบี้ยต่ำ 5–8% ต่อปี แต่อนุมัติช้า 2–4 สัปดาห์ ส่วนบริษัทเอกชนดอกเบี้ยสูง 12–15% ต่อปี แต่อนุมัติเร็วภายใน 1–3 วัน เหมาะกับคนต้องการเงินด่วน

ธนาคารส่วนใหญ่จะไม่อนุมัติหากติดเครดิตบูโร แต่บริษัทเอกชนรับจำนองบ้านมักไม่ตรวจเครดิตบูโรหรือยืดหยุ่นกว่า เพราะพิจารณาจากมูลค่าของหลักทรัพย์เป็นหลัก

ได้ โดยเฉพาะกับบริษัทเอกชนที่ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ ขอเพียงมีบ้านที่มีกรรมสิทธิ์ถูกต้อง ก็สามารถยื่นจำนองได้ทันที

ธนาคารให้วงเงินสูงประมาณ 70–80% ของราคาประเมิน ส่วนบริษัทเอกชนอยู่ที่ประมาณ 50–70% ของราคาประเมิน ขึ้นอยู่กับทำเล สภาพบ้าน และศักยภาพในการขายต่อ

ธนาคารให้ผ่อนระยะยาว 10–30 ปี ทำให้ค่างวดต่อเดือนต่ำ ส่วนบริษัทเอกชนผ่อนระยะสั้น 1–5 ปี ค่างวดต่อเดือนสูงกว่า แต่เหมาะกับคนที่ต้องการปิดหนี้เร็ว

 มีค่าธรรมเนียมการจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) ค่าอากรแสตมป์ 0.05% และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าประเมินราคา ซึ่งสามารถตกลงกันว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบ

ผู้รับจำนอง (ธนาคารหรือบริษัทเอกชน) ต้องดำเนินการฟ้องร้องเพื่อบังคับคดีนำบ้านออกขายทอดตลาด ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ทันทีเหมือนการขายฝาก จึงปลอดภัยกว่าในแง่กรรมสิทธิ์

ปลอดภัย หากเลือกบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องและมีประสบการณ์ การจำนองต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินเท่านั้น ห้ามเซ็นสัญญานอกสถานที่ และควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนเซ็น

ข่าวสารความรู้อื่นๆ

ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล

ชื่อ-นามสกุล: -

เบอร์โทรศัพท์: -

ประเภททรัพย์: -

จังหวัด: -