Table of Contents
หากคุณมีสัญญาเช่าที่ดินกับผู้เช่าอยู่ แล้ววันหนึ่งต้องการเงินก้อนเพื่อปิดหนี้หรือหมุนเวียนธุรกิจ คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ ที่ดินที่ยังมีคนเช่าอยู่ จะนำไปขายฝากหรือจำนองได้หรือไม่ เจ้าของที่ดินหลายคนปล่อยเช่าให้ทำสวน ทำไร่ หรือตั้งร้านค้ามานานหลายปี และไม่อยากให้ผู้เช่าต้องย้ายออกกลางคัน
คำตอบสั้น ๆ คือ โดยทั่วไปทำได้ เพราะคุณยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่สัญญาเช่าจะติดไปกับที่ดิน และมีผลต่อวงเงินที่ผู้รับซื้อฝากหรือผู้รับจำนองยอมให้ หากคุณกำลังมองหาบริการขายฝากที่ดิน ดอกเบี้ยถูก การเข้าใจเรื่องสัญญาเช่าก่อนยื่นเรื่องจะช่วยให้คุยเงื่อนไขได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
สัญญาเช่าที่ดินคืออะไร?
สัญญาเช่าที่ดิน คือ สัญญาที่เจ้าของที่ดิน (ผู้ให้เช่า) ยอมให้อีกฝ่าย (ผู้เช่า) ใช้หรือได้ประโยชน์จากที่ดินในช่วงเวลาที่ตกลงกัน โดยผู้เช่าจ่ายค่าเช่าเป็นการตอบแทน กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของเจ้าของเหมือนเดิม ผู้เช่าได้เพียงสิทธิใช้ที่ดินตามสัญญา
เจ้าของที่ดินจึงยังขาย ขายฝาก หรือจำนองที่ดินได้ แต่กฎหมายคุ้มครองผู้เช่าไว้หลายข้อ ซึ่งผู้รับโอนหรือผู้รับหลักประกันจะนำมาพิจารณาด้วย
หนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ควรมีข้อมูลอะไรบ้าง
หนังสือสัญญาเช่าที่ดิน ที่ดีควรเขียนให้ชัด เพื่อป้องกันข้อพิพาท และช่วยให้ผู้รับซื้อฝากประเมินความเสี่ยงได้ง่าย ข้อมูลหลักที่ควรมี ได้แก่
- ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา เลขโฉนด และเนื้อที่ที่ให้เช่า
- วัตถุประสงค์การเช่า เช่น เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย หรือการค้า
- ระยะเวลาเช่า วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด รวมถึงเงื่อนไขการต่อสัญญา
- ค่าเช่า วิธีชำระ กำหนดวันจ่าย และเงินประกัน (ถ้ามี)
- สิทธิในสิ่งปลูกสร้าง ว่าเมื่อสิ้นสัญญาจะรื้อถอนหรือตกเป็นของเจ้าของที่ดิน
- ข้อห้ามให้เช่าช่วง เหตุบอกเลิกสัญญา และลายมือชื่อคู่สัญญา
กฎหมายเกี่ยวกับการเช่าที่ดินที่เจ้าของที่ดินควรรู้
การเช่าที่ดินทั่วไปอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะเช่าทรัพย์ มาตราสำคัญที่เกี่ยวกับการขายฝากและจำนองมีดังนี้
| มาตรา | หลักกฎหมาย | ความหมายสำหรับเจ้าของที่ดิน |
|---|---|---|
| มาตรา 538 | เช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องบังคับคดีได้ ถ้าเช่าเกิน 3 ปี หรือตลอดอายุผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ | หากไม่จดทะเบียน สัญญาเช่าระยะยาวจะฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปี |
| มาตรา 540 | ห้ามเช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 30 ปี ถ้าทำเกินให้ลดลงเหลือ 30 ปี และต่อสัญญาได้แต่ไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันต่อสัญญา | โดยทั่วไปกำหนดได้ไม่เกิน 30 ปี และเมื่อต่อสัญญา กำหนดได้ไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันต่อสัญญา |
| มาตรา 569 | สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับเพราะโอนกรรมสิทธิ์ ผู้รับโอนรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนที่มีต่อผู้เช่า | ผู้ซื้อหรือผู้ซื้อฝากต้องรับภาระสัญญาเช่าต่อ |
การจดทะเบียนการเช่าทำที่สำนักงานที่ดินที่ที่ดินตั้งอยู่ เมื่อจดทะเบียนแล้ว รายการเช่าจะถูกบันทึกในสารบัญจดทะเบียนด้านหลังโฉนด ทำให้ผู้ที่ตรวจโฉนดเห็นภาระผูกพันนี้ทันที
ที่ดินที่ปล่อยเช่าอยู่ นำไปขายฝากได้ไหม?
ได้ โดยทั่วไป ที่ดินที่ปล่อยเช่าอยู่นำไปขายฝากได้ เพราะเจ้าของยังมีกรรมสิทธิ์ และกฎหมายไม่ได้ห้ามโอนที่ดินที่มีผู้เช่า ขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 491 คือ สัญญาซื้อขายที่กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนภายในเวลาที่ตกลง
แต่ผู้รับซื้อฝากจะดูเพิ่มว่าสัญญาเช่าเหลือกี่ปี จดทะเบียนหรือไม่ และค่าเช่าเท่าไร บางรายอาจให้วงเงินต่ำลง หรือขอดูสัญญาเช่าตัวจริงก่อน
จำนองที่ดินที่มีผู้เช่า ต่างจากขายฝากอย่างไร
การจำนองไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ เจ้าของยังเป็นผู้ให้เช่าและรับค่าเช่าเองตามเดิม ส่วนการขายฝากจะโอนกรรมสิทธิ์ไปก่อน ตารางด้านล่างช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
| หัวข้อ | ขายฝากที่ดินที่มีผู้เช่า | จำนองที่ดินที่มีผู้เช่า |
|---|---|---|
| กรรมสิทธิ์ระหว่างสัญญา | โอนไปยังผู้ซื้อฝาก จนกว่าจะไถ่คืน | ยังเป็นของเจ้าของที่ดิน |
| สัญญาเช่าเดิม | ไม่ระงับ ผู้ซื้อฝากรับสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าไป (มาตรา 569) | ยังมีผลตามเดิม ผู้ให้เช่ายังเป็นเจ้าของ |
| ผู้รับค่าเช่า | ควรตกลงให้ชัดในสัญญา | โดยทั่วไปเจ้าของที่ดินรับเอง |
| การจดทะเบียน | ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน | ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน |
| ดอกเบี้ย | ขายฝากคิดได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี | ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
ถ้าขายฝากที่ดินแล้ว สัญญาเช่าเดิมยังมีผลอยู่หรือเปล่า?
ยังมีผลอยู่ ตามมาตรา 569 สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ระงับเพราะการโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อขายฝากแล้ว ผู้ซื้อฝากจึงรับทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าเดิมไปด้วย ผู้เช่ายังใช้ที่ดินต่อได้ตามสิทธิการเช่าที่บังคับได้ตามกฎหมาย โดยต้องตรวจระยะเวลาและการจดทะเบียนเช่าประกอบ
ผลต่อผู้ซื้อฝากและมูลค่าที่ดิน มีดังนี้
- ผู้ซื้อฝากใช้ที่ดินเองไม่ได้: แม้กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียนขายฝาก แต่ต้องเคารพสิทธิผู้เช่าเดิม จึงพัฒนาพื้นที่ทันทีเลยไม่ได้
- สัญญาเช่าอาจมีผลต่อวงเงิน : ผู้รับซื้อฝากอาจนำค่าเช่า ระยะเวลา และข้อจำกัดการใช้พื้นที่มาประกอบการประเมินวงเงิน
- สัญญาเช่าที่ไม่จดทะเบียน: หากเช่าเกิน 3 ปีแต่ไม่จดทะเบียน โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปีตามหลักทั่วไปของมาตรา 538
- ค่าเช่า: ควรเขียนให้ชัดว่าระหว่างสัญญาขายฝาก ใครเป็นผู้รับค่าเช่า แล้วแจ้งผู้เช่าให้ทราบ
ข้อควรระวัง: อย่าปิดบังสัญญาเช่าที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้กับผู้รับซื้อฝาก เพราะผู้เช่ายังอาจอ้างสิทธิได้ตามกฎหมาย และอาจเกิดข้อพิพาทที่เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
สัญญาเช่าที่ดินรายปี กับสัญญาเช่าระยะยาว ต่างกันอย่างไร?
สัญญาเช่าที่ดินรายปี คือ สัญญาเช่าที่ตกลงกันครั้งละ 1 ปี แล้วต่อสัญญาเป็นปี ๆ ส่วนสัญญาเช่าระยะยาวคือการเช่าเกิน 3 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามมาตรา 538 จึงจะบังคับได้เต็มระยะเวลา
สำหรับการขายฝากหรือจำนอง สัญญาเช่ารายปีมักเป็นภาระที่ผู้รับซื้อฝากรับได้ง่ายกว่า เพราะสิ้นสุดเร็ว ส่วนสัญญาเช่าระยะยาวที่จดทะเบียนแล้วจะผูกพันที่ดินนานกว่า จึงถูกตรวจละเอียดกว่า
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตร มีกฎหมายพิเศษคุ้มครองอย่างไร?
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะการเช่านา อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559) ซึ่งคุ้มครองผู้เช่ามากกว่าการเช่าทั่วไป ประเด็นสำคัญมีดังนี้
- มาตรา 22: การเช่านาฟ้องร้องบังคับคดีได้ ไม่ว่าจะมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือไม่
- มาตรา 26: ถ้าทำหลักฐานเป็นหนังสือแต่ไม่กำหนดเวลา หรือกำหนดน้อยกว่า 2 ปี ให้มีกำหนด 2 ปี ถ้าไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ให้ถือว่าเช่าคราวละ 6 ปี และต่อไปอีกคราวละ 6 ปีหากไม่ได้บอกเลิกตามที่กฎหมายกำหนด
- มาตรา 28: การเช่านาไม่ระงับเพราะโอนกรรมสิทธิ์ ผู้รับโอนต้องรับสิทธิและหน้าที่ต่อผู้เช่านา
- มาตรา 53 และ 54: ผู้ให้เช่านาจะขายนาได้ต่อเมื่อแจ้งความจำนงจะขายเป็นหนังสือ พร้อมราคาและวิธีชำระเงิน ผ่านประธาน คชก. ตำบล โดยผู้เช่านามีเวลาแสดงความจำนงซื้อภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้ง หากไม่ปฏิบัติตาม ผู้เช่านาอาจใช้สิทธิซื้อตามเงื่อนไข และกำหนดเวลาของมาตรา 54 ผ
มาตรา 53 วรรคท้ายกำหนดให้การขายฝากถือเป็นการขายตามมาตรานี้ด้วย เจ้าของนาที่มีผู้เช่าและอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ จึงต้องแจ้งความจำนงจะขายฝาก พร้อมราคาและวิธีชำระเงิน ผ่านประธาน คชก. ตำบล เพื่อให้ผู้เช่านามีโอกาสใช้สิทธิซื้อก่อน โดยควรติดต่อ คชก. ตำบลเพื่อตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารก่อนทำธุรกรรม หากต้องการรู้เงื่อนไขที่ดินเกษตรเพิ่มเติม อ่านได้ที่บทความ ขายฝากที่ดินเกษตร ทำได้ไหม
ราคาเช่าที่ดินเปล่า ขึ้นอยู่กับอะไร?
ราคาเช่าที่ดินเปล่า ไม่มีอัตรากลางที่ใช้ได้ทั่วประเทศ ค่าเช่าเกิดจากการตกลงกันระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่า โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้
- ทำเลและการเดินทาง เช่น ติดถนนใหญ่ ใกล้ชุมชน หรืออยู่ในซอยลึก
- ขนาด รูปแปลง และหน้ากว้างของที่ดิน
- ผังเมืองและข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่
- สาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร
- วัตถุประสงค์การเช่า ที่ดินเช่าเพื่อการค้ามักมีค่าเช่าสูงกว่าเพื่อการเกษตร
- ระยะเวลาเช่า และภาระการลงทุนสิ่งปลูกสร้างของผู้เช่า
ถ้าค่าเช่าต่ำกว่าตลาดมากและสัญญายาว ผู้รับซื้อฝากอาจมองว่าที่ดินสร้างรายได้น้อย หากต้องการเทียบกับราคาที่ดินในพื้นที่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ การประเมินราคาที่ดิน
ขายฝากที่ดินที่มีผู้เช่าอย่างถูกกฎหมาย กับ ขายฝาก-จำนอง.com
หากคุณมีที่ดินที่ปล่อยเช่าอยู่และต้องการเงินก้อน ขายฝาก-จำนอง.com ให้บริการขายฝากที่ดินและรับจำนองที่ดิน ทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินเกษตร และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ทีมงานจะดูสัญญาเช่าร่วมกับคุณ และอธิบายผลต่อวงเงินตามจริง
ทุกสัญญาจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินอย่างถูกต้อง คิดดอกเบี้ยขายฝากไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีตามกฎหมาย วงเงินจริงขึ้นอยู่กับราคาประเมิน สภาพทรัพย์ และเงื่อนไขการเช่า โดยเราอธิบายทุกเงื่อนไขก่อนเซ็นสัญญา
ติดต่อประเมินวงเงิน
LINE : LINE OA
ติดต่อ : 0618954469
ข้อมูลอ้างอิง
- มาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://legardy.com/thai-law/civil-and-commercial-section453-1297/civil-and-commercial-section538
- มาตรา 540 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://legardy.com/thai-law/civil-and-commercial-section453-1297/civil-and-commercial-section540
- มาตรา 569 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://legardy.com/thai-law/civil-and-commercial-section453-1297/civil-and-commercial-section569
- พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จาก https://www.drthawip.com/book/export/html/8212
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาเช่าที่ดินกับการขายฝาก-จำนอง (FAQs)
Q: สัญญาเช่าที่ดินที่ไม่ได้จดทะเบียน มีผลไหม?
A: มีผล ถ้ามีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด ตามมาตรา 538 แต่ถ้าเช่าเกิน 3 ปีและไม่ได้จดทะเบียน จะฟ้องบังคับได้เพียง 3 ปี ส่วนการเช่านาตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ฟ้องบังคับได้แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
Q: เช่าที่ดินได้นานสุดกี่ปี?
A: การเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 540 ทำได้ไม่เกิน 30 ปี ถ้าทำนานกว่านั้น กฎหมายให้ลดลงเหลือ 30 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วต่อสัญญาได้อีก แต่ไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันต่อสัญญา
Q: ระหว่างขายฝาก ใครเป็นผู้รับค่าเช่าจากผู้เช่า?
A: ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา เพราะเมื่อขายฝากแล้ว ผู้ซื้อฝากรับสิทธิและหน้าที่ของผู้ให้เช่าไปตามมาตรา 569 คู่สัญญาจึงควรเขียนเรื่องค่าเช่าให้ชัดก่อนจดทะเบียน และแจ้งผู้เช่าให้ทราบ เพื่อป้องกันข้อพิพาท


