นักลงทุนขายฝากคืออะไร?
ความหมายของ “ขายฝาก”
ขายฝากคือรูปแบบหนึ่งของการใช้ทรัพย์สิน เช่น บ้านหรือที่ดิน เป็นหลักประกันเพื่อแลกกับเงินทุน โดยเจ้าของทรัพย์ยังมีสิทธิไถ่ถอนทรัพย์นั้นกลับมาได้ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาศึกษารายละเอียดการจดทะเบียนขายฝาก ได้ที่ กรมที่ดิน
นักลงทุนขายฝากคือใคร? ทำหน้าที่อะไร?
นักลงทุนขายฝากคือผู้ที่ให้เงินทุนแก่เจ้าของทรัพย์ที่ต้องการเงินด่วน โดยมีทรัพย์เป็นหลักประกัน หากเจ้าของทรัพย์ไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามกำหนด นักลงทุนมีสิทธิครอบครองทรัพย์นั้นตามสัญญา
ประเภทของนักลงทุนขายฝาก
ในตลาดขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ถูกรับซื้อฝากโดยนายทุนรูปแบบเดียวเสมอไป แต่สามารถแบ่งกลุ่มของนักลงทุนออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทจะมีจุดเด่นและรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์เจ้าของทรัพย์แตกต่างกัน ดังนี้
1. นักลงทุนรายบุคคล
นักลงทุนกลุ่มนี้คือบุคคลทั่วไปที่มีเงินทุนสำรองหรือเงินเย็น ที่ต้องการหาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคาร โดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อลดความเสี่ยง
- จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูงในการเจรจาต่อรอง การพูดคุยเงื่อนไขหรือการอนุมัติมักทำได้รวดเร็วเพราะเป็นการตัดสินใจจากบุคคลเพียงคนเดียว
- ข้อสังเกต: อาจมีวงเงินจำกัดหากทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าสูงมาก และเจ้าของทรัพย์ต้องตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาให้รอบคอบเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมาย
2. นักลงทุนที่เป็นบริษัทหรือกลุ่มทุน
คือรูปแบบของนิติบุคคลหรือองค์กรที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์หรือรับจดจำนอง-ขายฝากโดยเฉพาะ
- จุดเด่น: มีความน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพสูง มีแหล่งเงินทุนรองรับจำนวนมากสำหรับทรัพย์สินขนาดใหญ่ ขั้นตอนการประเมินราคาชัดเจน และสัญญาที่ใช้จะเป็นมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ตามกฎหมายทุกประการ
- ข้อสังเกต: การพิจารณาอนุมัติอาจต้องเป็นไปตามขั้นตอนและนโยบายของบริษัท ซึ่งต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามมาตรฐานที่กำหนด
3. นักลงทุนผ่านนายหน้า
เป็นรูปแบบที่เจ้าของทรัพย์ไม่ได้ติดต่อกับนักลงทุนโดยตรง แต่นายหน้า (Broker) จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาและจับคู่นักลงทุนที่มีเงื่อนไขตรงกับทรัพย์สินนั้นๆ
- จุดเด่น: ช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากให้กับเจ้าของทรัพย์ เพราะนายหน้าที่มีประสบการณ์จะช่วยดูแลตั้งแต่การประเมินราคาทรัพย์เบื้องต้น การจัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการนัดหมายทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน
- ข้อสังเกต: อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชันสำหรับการให้บริการของตัวแทนหรือนายหน้า
กรณีที่คุณ “มองหานักลงทุนขายฝาก” ทำไมคนถึงต้องขายฝาก?
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อมีสถาบันการเงินให้กู้ยืมอยู่แล้ว ทำไมบางคนถึงยังเลือกใช้วิธีนำบ้านหรือที่ดินมา “ขายฝาก” กับนักลงทุน เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้การขายฝากเป็นทางออกที่ตอบโจทย์คนหาเงิน มีดังนี้
1. ต้องการเงินก้อนด่วน อนุมัติไวทันใจ
จุดเด่นที่สุดของการขายฝากคือความรวดเร็ว หากไปยื่นกู้กับธนาคารมักจะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาที่ซับซ้อนและใช้เวลานานเป็นเดือน แต่สำหรับการขายฝากกับนักลงทุน สามารถรู้ผลอนุมัติและทำเรื่องรับเงินได้ไวมาก โดยเฉลี่ยใช้เวลาเพียง 1-3 วันเท่านั้น ซึ่งตอบโจทย์คนที่ต้องการใช้เงินด่วนฉุกเฉินแบบไม่ต้องเสียเวลารอนาน
2. ไม่เช็กเครดิตบูโร ติดประวัติก็ทำได้
ถือเป็นทางออกสำคัญสำหรับคนที่เคยมีประวัติทางการเงินไม่ดี หรือมีภาระหนี้สินสูงจนกู้แบงก์ไม่ผ่าน เพราะการขายฝากกับนักลงทุนจะไม่มีการตรวจเช็กประวัติจากเครดิตบูโร นักลงทุนจะประเมินความเสี่ยงและให้วงเงินจาก “มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์” ที่นำมาเป็นหลักประกันเป็นหลัก
3. ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เอกสารน้อยกว่า
การขอสินเชื่อปกติมักต้องใช้เอกสารเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นสลิปเงินเดือน สเตทเมนต์ย้อนหลัง หรือแผนธุรกิจ แต่การทำธุรกรรมขายฝากจะใช้เอกสารน้อยกว่าและไม่ต้องยื่นเอกสารให้วุ่นวาย ทำให้คนที่เป็นฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่ไม่มีรายได้ประจำที่ชัดเจน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า
4. เงื่อนไขมีความยืดหยุ่น เจรจาได้
สถาบันการเงินมักมีเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่นักลงทุนขายฝากจะมีความยืดหยุ่นในการพูดคุยและตกลงเงื่อนไขต่างๆ ได้มากกว่า
ขั้นตอนการติดต่อและทำสัญญากับนักลงทุน
หากตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใช้วิธีการขายฝาก นี่คือ 4 ขั้นตอนหลักที่ต้องเตรียมตัว เพื่อให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย
1. เตรียมเอกสารหลักทรัพย์
เริ่มต้นด้วยการรวบรวมเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตัวอสังหาริมทรัพย์ เช่น โฉนดที่ดินฉบับจริง (หน้า-หลัง) บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน รวมถึงถ่ายรูปสภาพทรัพย์สินปัจจุบันให้ชัดเจน เพื่อส่งให้นักลงทุนพิจารณาในเบื้องต้น
2. นัดประเมินมูลค่าทรัพย์
เมื่อนักลงทุนดูเอกสารเบื้องต้นแล้ว จะมีการนัดหมายลงพื้นที่จริงเพื่อสำรวจและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะสภาพของบ้านหรือที่ดิน ทำเลที่ตั้ง และราคาประเมินตลาด จะเป็นตัวกำหนด “วงเงินสูงสุด” ที่จะได้รับการอนุมัติ
3. ตกลงดอกเบี้ยและระยะเวลา
หลังจากทราบวงเงินประเมินแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาเงื่อนไขต่างๆ ทั้งเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องจ่าย และระยะเวลาของสัญญาขายฝาก รวมถึงเงื่อนไขการต่ออายุสัญญา หากตกลงกันได้ก็พร้อมดำเนินการในขั้นต่อไป
4. ทำสัญญาที่สำนักงานที่ดิน
ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการขายฝากที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปทำธุรกรรมจดทะเบียนทำสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น ห้ามทำสัญญาโอนลอยกันเองเด็ดขาด เมื่อทำธุรกรรมจดทะเบียนเสร็จสิ้น เจ้าของทรัพย์ก็จะได้รับเงินก้อนตามที่ตกลงกันไว้ทันที
วิธีเลือกนักลงทุนขายฝากที่เชื่อถือได้ ดูเพิ่มเติม
การนำบ้านหรือที่ดินไปขายฝาก สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเจอนักลงทุนหรือนายทุนที่โปร่งใสและไว้ใจได้ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกเอาเปรียบหรือถูกยึดทรัพย์แบบไม่เป็นธรรม นี่คือวิธีคัดกรองเบื้องต้น
1. ตรวจสอบประวัติบน Google และ Pantip
ก่อนตัดสินใจ ให้ลองเอาชื่อ-นามสกุล หรือชื่อบริษัทของนักลงทุนไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตดูเสียก่อน เพื่อเช็กว่าเคยมีประวัติฉ้อโกง โดนขึ้นแบล็คลิสต์ หรือมีคนมาตั้งกระทู้เตือนภัยเกี่ยวกับพฤติกรรมเอาเปรียบหรือไม่
2. ขอดูรีวิวหรือประสบการณ์จากลูกค้าเก่า
นักลงทุนหรือบริษัทรับขายฝากที่ดีควรมีประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้ ลองสอบถามถึงเคสที่ผ่านมาว่ามีลูกค้าที่สามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้จริงตามปกติหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายของเขาคือการได้ดอกเบี้ยตามกฎหมาย ไม่ใช่การจ้องจะยึดทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว
3. ระวังเงื่อนไขสัญญาที่มีข้อผูกมัดแปลกๆ
ต้องอ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วน หลีกเลี่ยงนักลงทุนที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น ให้เซ็นเอกสารโอนลอย ไม่ยอมพาไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแฝง หรือบังคับหักดอกเบี้ยล่วงหน้าในเรทที่แพงผิดปกติ สัญญาที่ดีต้องโปร่งใสและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
4. เลือกใช้บริการผ่านบริษัทที่ได้มาตรฐาน
หากไม่อยากเสี่ยงไปวัดดวงกับนายทุนอิสระที่ตามตัวยาก การเลือกทำธุรกรรมผ่านบริษัทรับขายฝากโดยเฉพาะ ถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมีที่ตั้งบริษัทชัดเจน มีสัญญารัดกุม และมีทีมงานมืออาชีพคอยดูแลตลอดอายุสัญญา
กรณีที่คุณ “อยากเริ่มเป็นนักลงทุนขายฝาก” นักลงทุนขายฝากทำเงินจากอะไร? ดูเพิ่มเติม
สำหรับคนที่มีเงินก้อนและกำลังมองหาช่องทางการลงทุน การเป็นนักลงทุนขายฝากถือเป็นทางเลือกที่สร้างผลตอบแทนได้น่าสนใจมาก โดยรายได้หลักของนักลงทุนจะมาจาก 2 ส่วนสำคัญ ดังนี้
1. ดอกเบี้ยที่ได้รับตลอดอายุสัญญา
รายได้พื้นฐานที่สุดของนักลงทุนขายฝากคือ “ดอกเบี้ย” ที่เจ้าของทรัพย์ตกลงจ่ายให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งผลตอบแทนส่วนนี้มักจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยตามกฎหมายแล้ว นักลงทุนสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี (หรือ 1.25% ต่อเดือน) ทำให้มีกระแสเงินสด (Cash Flow) เข้ามาอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่รับฝากทรัพย์นั้นไว้
2. กำไรจากการได้ทรัพย์ในราคาต่ำกว่าตลาด
ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญาแล้วเจ้าของทรัพย์ไม่สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนได้ตามกำหนด กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นจะตกเป็นของนักลงทุนโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายทันที ซึ่งโดยปกติแล้วการประเมินวงเงินรับขายฝากจะต่ำกว่าราคาซื้อขายจริงในตลาด หมายความว่านักลงทุนจะได้ครอบครองบ้านหรือที่ดินในราคาที่ถูกกว่าปกติมาก และสามารถนำทรัพย์นั้นไปพัฒนาหรือประกาศขายต่อเพื่อทำกำไรส่วนต่างก้อนใหญ่ได้ในอนาคต
ข้อดี-ข้อเสียของการลงทุนในขายฝาก
ข้อดี
- มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
- ให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร
ข้อเสีย
- มีความเสี่ยงด้านกฎหมาย หากทำสัญญาไม่รัดกุม
- อาจมีปัญหากับเจ้าของทรัพย์เดิม
ต้องมีทุนเท่าไหร่ และต้องรู้อะไรบ้างก่อนเริ่ม? ดูเพิ่มเติม
- ทุนเริ่มต้น: ขึ้นอยู่กับขนาดและทำเลของทรัพย์ เช่น บ้านในเมืองอาจใช้ทุนหลักล้าน แต่ที่ดินต่างจังหวัดอาจใช้ทุนเพียงหลักแสน
- ความรู้ด้านกฎหมายขายฝาก: ควรเข้าใจข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ระยะเวลาไถ่ถอน การจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน และสิทธิของทั้งสองฝ่าย
- ความสามารถในการประเมินมูลค่าทรัพย์: เช่น รู้จักเปรียบเทียบราคาตลาด ตรวจสอบสภาพทรัพย์ และคำนวณมูลค่าที่เหมาะสม
- การบริหารความเสี่ยง: เช่น การทำสัญญาให้ชัดเจน ตรวจสอบเจ้าของทรัพย์ให้ดี และไม่ปล่อยทุนทั้งหมดในดีลเดียว
ขายฝากกับนักลงทุน ดีกว่าการกู้เงินจากธนาคารหรือไม่? ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักลงทุน
| หัวข้อ | ขายฝาก | ธนาคาร |
| ความเร็วในการอนุมัติ | 1-3 วัน | 7-30 วัน |
| เอกสารที่ใช้ | น้อย | มาก |
| เช็คเครดิต | ไม่จำเป็น | ตรวจเครดิตบูโร |
| ดอกเบี้ย | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| เงื่อนไข | ยืดหยุ่นกว่า | ตายตัว |
สรุป – นักลงทุนขายฝากเหมาะกับใคร?
สำหรับผู้หาเงิน: เหมาะกับผู้ที่มีทรัพย์และต้องการเงินด่วนโดยไม่ต้องพึ่งระบบธนาคาร
สำหรับนักลงทุน: เหมาะกับผู้ที่มีเงินเย็น ต้องการผลตอบแทนสูงจากการลงทุนแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
คำถามที่พบบ่อย
ขายฝากกับนักลงทุนผิดกฎหมายไหม?
ไม่ผิด หากทำสัญญาตามกฎหมายและจดทะเบียนที่กรมที่ดินอย่างถูกต้อง
ขายฝากบ้านอยู่เองได้ไหม?
ได้ หากตกลงในสัญญาว่าสามารถอยู่อาศัยต่อได้ระหว่างสัญญา
ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ จะโดนยึดเลยไหม?
ถ้าพ้นกำหนดไถ่ถอนและไม่มีการต่อสัญญา นักลงทุนมีสิทธิครอบครองตามกฎหมาย



