เวลาหมุนเงินไม่ทัน หรือต้องการเงินก้อนฉุกเฉิน หลายคนที่มีบ้านหรือที่ดินมักจะนึกถึงการเอา “โฉนด” ไปเป็นตัวช่วย และคำที่มักจะได้ยินหรือค้นหาบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นคำว่า “จำนำโฉนด” เพราะฟังดูง่าย รวดเร็ว ให้ความรู้สึกเหมือนการเอาทองหรือนาฬิกาไปโรงรับจำนำ แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้ว การเอาโฉนดไปวางทิ้งไว้กับนายทุนเพื่อแลกเงินนั้น มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกโกงหรือสูญเสียที่ดินไปฟรีๆ
บทความนี้จะพามาเจาะลึกและสรุปข้อแตกต่างระหว่าง “จำนำโฉนด” กับ “จำนองโฉนด” แบบเข้าใจง่าย เทียบให้เห็นชัดๆ ว่าต่างกันอย่างไร แบบไหนปลอดภัย และทำอย่างไรถึงจะได้เงินก้อนมาหมุนเวียนแบบไม่ต้องกังวล
จำนำโฉนด คืออะไร ?
การจำนำโฉนด คือการนำโฉนดที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเราและปลอดภาระหนี้ มาใช้เป็นหลักประกันในการขอกู้ยืมเงินก้อน ลักษณะจะคล้ายกับการนำสิ่งของไปจำนำ แต่เปลี่ยนเป็นใช้เอกสารสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินแทน
จุดเด่นของการจำนำโฉนดที่ทำให้หลายคนเลือกใช้คือ ความรวดเร็วและขั้นตอนที่ลดลง เพราะรูปแบบนี้มักเป็นการทำสัญญากู้ยืมและส่งมอบโฉนดตัวจริงไว้เป็นหลักประกัน โดย ไม่ต้องเดินทางไปทำธุรกรรมหรือจดทะเบียนใดๆ ที่สำนักงานที่ดิน ทำให้ลดขั้นตอนความยุ่งยาก อนุมัติไว และรับเงินได้เร็วกว่าปกติ ตอบโจทย์คนที่ต้องการสภาพคล่องฉุกเฉิน หรือต้องการเงินก้อนไปหมุนเวียนธุรกิจระยะสั้น
นอกจากเรื่องความไวแล้ว เงื่อนไขการพิจารณายังมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสินเชื่อของสถาบันการเงินทั่วไป โดยส่วนใหญ่จะโฟกัสที่มูลค่าของหลักประกัน (ตัวที่ดินหรือบ้าน) เป็นหลัก ทำให้คนที่มีภาระหนี้สินเยอะ อาชีพอิสระ หรือเอกสารรายได้ไม่ครบถ้วน ก็ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ได้ ส่วนข้อมูลเครดิตอาจถูกนำมาใช้ประกอบการประเมินวงเงินและอัตราดอกเบี้ยเท่านั้น
ในด้านของกรรมสิทธิ์ การจำนำโฉนดจะไม่มีการทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์เปลี่ยนชื่อเจ้าของแต่อย่างใด สิทธิในที่ดินแปลงนั้นยังคงเป็นของผู้กู้เหมือนเดิม เพียงแต่ผู้ให้กู้จะเก็บรักษาโฉนดตัวจริงไว้ชั่วคราว เมื่อผู้กู้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยครบถ้วนตามกำหนดเวลา ก็จะได้รับโฉนดคืนไป
จำนองโฉนด คืออะไร ?
การจำนองโฉนด หรือ การจดจำนอง คือการนำอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ไปจดทะเบียนเพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ให้กับผู้รับจำนอง (สถาบันการเงิน หรือบริษัทเอกชน) โดยมีหลักสำคัญคือ ต้องไปทำธุรกรรมและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น สัญญาจึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
จุดเด่นของการจำนองโฉนด คือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังคงเป็นของผู้กู้ (ผู้จำนอง) อย่างสมบูรณ์ ไม่มีการโอนเปลี่ยนชื่อใดๆ ทั้งสิ้น ผู้กู้ยังสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินหรือบ้านหลังนั้นได้ตามปกติ ไม่ว่าจะใช้อยู่อาศัย ปล่อยเช่า หรือประกอบธุรกิจ เพียงแค่นำโฉนดไปจดทะเบียนสลักหลังไว้เป็นหลักประกันทางกฎหมาย
ข้อดีที่ทำให้การจำนองโฉนด ได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือสูง คือ ความปลอดภัยและโปร่งใส เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดชัดเจน นอกจากนี้ หากเกิดกรณีผิดนัดชำระหนี้ ผู้ให้กู้จะไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องบังคับจำนองทางศาลก่อน ทำให้ผู้กู้ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและมีเวลาจัดการแก้ไขปัญหา
รูปแบบนี้จึงตอบโจทย์สำหรับคนที่มีบ้านหรือที่ดิน ต้องการวงเงินสูง ได้ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางกฎหมายเป็นหลัก แม้จะมีขั้นตอนการไปสำนักงานที่ดินเพิ่มขึ้นมา แต่ก็แลกมาด้วยความมั่นใจและสบายใจในระยะยาว
เปรียบเทียบความแตกต่าง จำนำโฉนด vs จำนองโฉนด
จากข้อมูลเบื้องต้น จะเห็นได้ว่าทั้งการจำนำโฉนดและการจำนองโฉนดมีจุดประสงค์หลักที่เหมือนกัน คือการนำอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ โดยที่กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของเจ้าของที่ดินอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ในด้านของกระบวนการทางกฎหมาย ขั้นตอนการดำเนินการ รวมไปถึงเงื่อนไขการอนุมัติ ทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อให้ผู้ที่กำลังพิจารณาขอสินเชื่อสามารถประเมินและเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเองได้อย่างถูกต้อง ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างการจำนำโฉนดและการจำนองโฉนดไว้ดังนี้
| หัวข้อเปรียบเทียบ | จำนำโฉนด | จำนองโฉนด |
| การจดทะเบียน | ทำสัญญากู้ยืมและส่งมอบโฉนดให้ผู้ให้กู้เก็บไว้ (ไม่ต้องไปสำนักงานที่ดิน) | ต้องไปทำธุรกรรมและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงาน ที่สำนักงานที่ดิน |
| ความรวดเร็ว | อนุมัติไว ได้เงินเร็ว เนื่องจากลดขั้นตอนการทำเอกสารทางราชการ | ใช้เวลาพิจารณาและต้องนัดหมายวันเพื่อไปทำธุรกรรมที่สำนักงานที่ดิน |
| การพิจารณาอนุมัติ | ยืดหยุ่นสูง พิจารณาจากมูลค่าที่ดินเป็นหลัก ไม่เข้มงวดเรื่องเครดิตบูโร | ยืดหยุ่นสูง พิจารณาจากมูลค่าที่ดินเป็นหลัก ไม่เข้มงวดเรื่องเครดิตบูโร |
| อัตราดอกเบี้ย | เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันระหว่างผู้กู้และผู้ให้บริการ | เป็นไปตามเพดานอัตราดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน |
| กรรมสิทธิ์ที่ดิน | เป็นของผู้กู้ 100% (ผู้ให้กู้เพียงแค่เก็บโฉนดตัวจริงไว้เป็นหลักประกัน) | เป็นของผู้กู้ 100% (มีการสลักหลังโฉนดระบุการจำนองเป็นหลักฐาน) |
| การคุ้มครองทางกฎหมาย | บังคับใช้สิทธิตามสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป | มีกฎหมายจำนองรองรับ หากผิดนัดชำระหนี้ต้องผ่านกระบวนการศาลก่อนบังคับคดี |
โฉนดแบบไหนสามารถขอจำนำโฉนดได้บ้าง
สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะนำทรัพย์สินมาเปลี่ยนเป็นทุน เรื่องสำคัญที่ต้องรู้คือ ไม่ใช่ที่ดินทุกประเภทจะสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อหรือจำนำโฉนดได้ ผู้ให้บริการหรือแหล่งเงินทุนจะพิจารณาจากประเภทของเอกสารสิทธิ์เป็นหลัก เพื่อดูความสมบูรณ์ของกรรมสิทธิ์และความสามารถในการทำนิติกรรม
เอกสารสิทธิ์ที่นิยมนำมาใช้เป็นหลักประกันและมักจะผ่านการพิจารณาได้ง่าย มีดังนี้
1. โฉนดที่ดิน น.ส.4 (โฉนดครุฑแดง)
เป็นเอกสารสิทธิ์ที่แสดงความเป็นเจ้าของที่ดินอย่างสมบูรณ์ที่สุด สามารถทำธุรกรรมซื้อขาย โอน หรือจำนองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% ที่ดินที่มีโฉนดครุฑแดงจะได้รับการประเมินมูลค่าสูงที่สุด อนุมัติง่าย และมักจะได้วงเงินกู้ที่ดีกว่าโฉนดประเภทอื่น
2. หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2)
สำหรับคนที่มีคอนโดมิเนียม ก็สามารถนำหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือที่เรียกกันติดปากว่าโฉนดคอนโด มาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้เช่นกัน ซึ่งคอนโดในทำเลที่ดีมักจะได้รับความสนใจจากแหล่งทุน และปล่อยสินเชื่อได้ค่อนข้างไว
3. หนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ก. (ครุฑเขียว)
เอกสารสิทธิ์ประเภทนี้มีการระบุตำแหน่งที่ดินและรังวัดทางอากาศชัดเจน สามารถนำมาใช้ค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อกับแหล่งทุนเอกชนบางแห่งได้ แต่อาจจะได้วงเงินประเมินที่ปรับลดลงมาเมื่อเทียบกับโฉนดครุฑแดง และต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับพิจารณาของผู้ให้บริการแต่ละรายด้วย
โฉนดแบบไหนที่นำมาทำธุรกรรมไม่ได้?
เอกสารสิทธิ์บางประเภทที่เป็นเพียงสิทธิทำกิน หรือใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ เช่น ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 หรือ ภ.บ.ท.5 เอกสารกลุ่มนี้กฎหมายไม่อนุญาตให้ซื้อขาย โอนกรรมสิทธิ์ หรือนำมาใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงินและแหล่งทุนมาตรฐานได้
นอกจากประเภทของเอกสารสิทธิ์แล้ว เงื่อนไขพื้นฐานที่สำคัญคือ โฉนดใบนั้นจะต้องเป็นโฉนดที่ ปลอดภาระ (ไม่ได้ติดจำนองอยู่กับธนาคารหรือบุคคลอื่น) และชื่อบนโฉนดจะต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้ที่มายื่นเรื่องขอสินเชื่อ หากชื่อไม่ตรงกัน จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจหรือความยินยอมที่ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนดมาประกอบการพิจารณาด้วยเสมอ
จำนำโฉนด ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
เหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนเลือกใช้วิธีนำโฉนดไปแลกเงินกับแหล่งทุนเอกชนหรือนายทุน คือความสะดวกเรื่องเอกสาร เพราะไม่ต้องวุ่นวายกับการเตรียมสเตทเมนต์ (Statement) ย้อนหลัง สลิปเงินเดือน หรือใบรับรองการทำงานให้ยุ่งยากเหมือนการยื่นกู้กับสถาบันการเงิน
เอกสารที่ต้องใช้หลักๆ จะเน้นไปที่การยืนยันตัวตนและการแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเท่านั้น โดยทั่วไปจะเตรียมเอกสารดังนี้
1. โฉนดที่ดินตัวจริง (พร้อมสำเนา) ต้องเป็นโฉนดที่ปลอดภาระหนี้ ไม่มีรายชื่อติดจำนองหรือภาระผูกพันกับที่อื่น
2.บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริงและสำเนา) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์
3.ทะเบียนบ้าน (ตัวจริงและสำเนา) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์
4.ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ในกรณีที่ชื่อปัจจุบันไม่ตรงกับชื่อที่ระบุไว้ด้านหลังโฉนด
5.เอกสารเพิ่มเติมตามเงื่อนไขผู้ให้กู้ (ถ้ามี) เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง สำเนาเอกสารภาระผูกพันอื่น ๆ
6.สัญญาเงินกู้หรือสัญญาจำนำโฉนด จัดทำโดยผู้ให้บริการสินเชื่อ เพื่อยืนยันเงื่อนไขและวงเงินที่ได้รับ
ข้อควรระวัง : ในกรณีที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์จดทะเบียนสมรสแล้ว แม้จะเป็นการทำสัญญากู้ยืมเงินหรือทำนิติกรรมใดๆ เกี่ยวกับที่ดิน ควรเตรียม หนังสือบันทึกความยินยอมของคู่สมรส แนบไปด้วยเสมอ เพื่อให้เอกสารมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และควรให้คู่สมรสลงชื่อเป็นพยานในสัญญานั้นด้วย เพื่อป้องกันปัญหาฟ้องร้องหรือข้อพิพาททางกฎหมายในภายหลัง ว่าเป็นการนำสินสมรสไปค้ำประกันโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม
เปลี่ยนโฉนดเป็นทุนให้ปลอดภัย ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ
บ้านและที่ดินถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง การตัดสินใจนำโฉนดไปแลกเป็นเงินก้อนในยามที่ต้องการสภาพคล่อง จึงต้องทำอย่างรอบคอบและเลือกแหล่งทุนที่ไว้ใจได้เท่านั้น แม้คำว่า จำนำโฉนด จะฟังดูได้เงินไวและใช้เอกสารน้อย แต่ความเสี่ยงที่แฝงมานั้น อาจทำให้สูญเสียทรัพย์สินชิ้นสำคัญไปแบบไม่ทันตั้งตัว
หากกำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่ได้เงินไว ไม่ยุ่งยาก และยังคงปลอดภัยตามกฎหมายแบบ 100% การเปลี่ยนมาทำธุรกรรม จำนอง หรือ ขายฝาก ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืนกว่ามาก เพราะเราเข้าใจทุกข้อจำกัดของคนต้องการใช้เงินด่วน จึงพร้อมเป็นที่ปรึกษาและให้บริการรับจำนองและขายฝากอสังหาริมทรัพย์ โดยประเมินวงเงินจากมูลค่าทรัพย์สินเป็นหลัก ไม่เช็กเครดิตบูโร ไม่ต้องใช้สเตทเมนต์ย้อนหลังให้วุ่นวาย อนุมัติไว ได้เงินก้อนเร็วทันใจไม่ต่างจากการจำนำโฉนด
ใครที่กำลังลังเล หรืออยากรู้ว่าโฉนดที่ถืออยู่สามารถเปลี่ยนเป็นวงเงินได้ประมาณเท่าไหร่ สามารถทักมาพูดคุยหรือส่งภาพโฉนดมาให้ทีมงานช่วยประเมินยอดเบื้องต้นก่อนได้เลย บริการประเมินฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เพื่อให้คุณได้ทางออกทางการเงินที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ที่สุด
สนใจปรึกษาปัญหาการเงิน หรือต้องการประเมินวงเงินเบื้องต้น เรายินดีให้คำปรึกษาและเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่
โทร : 061-895-4469
Line OA : (@kaifakcoachtae) หรือ คลิกที่นี่


