รวม 5 วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ฉบับมนุษย์เงินเดือน พร้อมทางออกฉุกเฉินเมื่อหมุนเงินไม่ทัน

รวม 5 วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ฉบับมนุษย์เงินเดือน พร้อมทางออกฉุกเฉินเมื่อหมุนเงินไม่ทัน

การมีบ้านเป็นของตัวเองคือความฝันชิ้นใหญ่ของใครหลายคน แต่สำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” แล้ว ความฝันนี้มักมาพร้อมกับภาระหนี้ก้อนโตที่มีระยะเวลาผ่อนที่ยาวนานถึง 20-30 ปี ซึ่งหากปล่อยให้การผ่อนชำระเป็นไปตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด ดอกเบี้ยมหาศาลอาจทำให้ราคาบ้านพุ่งสูงไปไกลกว่าราคาจริงเกือบเท่าตัว ดังนั้น การวางแผนการเงินที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เรารวบรวม วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ที่ทำได้จริงและเห็นผลทันตามาฝาก เพื่อช่วยให้คุณปลดหนี้ได้ไวขึ้น พร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

 

เข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก”

หัวใจสำคัญของการบริหารหนี้บ้าน คือความเข้าใจว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีการคิดดอกเบี้ยแบบ “ลดต้นลดดอก” หมายความว่า ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด ดังนั้น ยิ่งผู้กู้สามารถลดเงินต้นได้เร็วเท่าไหร่ ดอกเบี้ยในงวดถัดไปจะลดลง และสัดส่วนเงินที่จ่ายไปจะถูกนำไปตัดเงินต้นได้มากขึ้นเท่านั้น

 

5 วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว และประหยัดดอกเบี้ยระยะยาว

1. ผ่อนเกินค่างวดทุกเดือน (โปะเพิ่ม) 

1. ผ่อนเกินค่างวดทุกเดือน (โปะเพิ่ม) 

เทคนิคนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของ วิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ที่ทำง่ายและเห็นผลมากที่สุด หลักการคือการจ่ายให้มากกว่ายอดขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนด เพราะค่างวดปกติที่เราจ่ายไปนั้น ส่วนใหญ่จะถูกนำไปหักดอกเบี้ยก่อน เหลือตัดเงินต้นเพียงเล็กน้อย แต่หากจ่ายเพิ่มเพียง 10-20% จากยอดปกติ “เงินส่วนต่าง” ก้อนนี้ก็จะไปตัด “เงินต้น” แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย 100% ทันที (เนื่องจากดอกเบี้ยถูกจ่ายครบไปแล้วในยอดขั้นต่ำ)

ตัวอย่าง หากค่างวดคือ 10,000 บาท ให้ลองจ่ายเพิ่มเป็น 11,000 บาท

ผลลัพธ์ เงิน 1,000 บาทที่เพิ่มขึ้นมา จะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้เงินต้นลดลงเร็วกว่าเดิม และดอกเบี้ยในเดือนถัดไปก็จะลดลงตามทันที การทำแบบนี้สม่ำเสมอจะช่วยลดระยะเวลาผ่อนได้หลายปี

 

 

2. โบนัสออก อย่าเพิ่งใช้หมด ให้แบ่งมาโปะบ้านก่อน 

สำหรับมนุษย์เงินเดือน ช่วงเวลาที่รอคอยคือตอนโบนัสออก ให้คิดซะว่าเงินก้อนนี้คือ “ค่าบ้านงวดที่ 13” ของปี แทนที่จะนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งหมด ให้แบ่งส่วนหนึ่งมาโปะค่าบ้าน การโปะเงินก้อนใหญ่ปีละครั้ง จะช่วยดึงเงินต้นลงมาได้อย่างฮวบฮาบ ทำให้ฐานดอกเบี้ยในปีถัดไปลดลงทันทีและเห็นผลต่างชัดเจน

 

3. ขอปรับดอกเบี้ยลงด้วยการรีไฟแนนซ์

โดยปกติแล้วหากเราผ่อนบ้านมาเกิน 3 ปี ก็จะมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะไปต่อทางไหน ระหว่างการ “รีไฟแนนซ์บ้าน” หรือ “ขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม” ซึ่งช่วงเวลานี้ เป็นโอกาสที่คุณสามารถเจรจาต่อรองกับธนาคารเดิมเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษได้เพราะโดยปกติแล้วสถาบันการเงินมักมีนโยบายรักษาฐานลูกค้าที่มีประวัติการผ่อนชำระดีไว้ เพื่อให้คงสัญญาใช้บริการต่อไป

รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การยื่นขอสินเชื่อจาก “ธนาคารแห่งใหม่” เพื่อนำเงินก้อนมาปิดยอดหนี้บ้านกับธนาคารเดิม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่นที่ต่ำกว่าเดิม (เหมือนการย้ายค่ายโทรศัพท์เพื่อรับโปรโมชั่นลูกค้าใหม่) ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดต่อเดือนให้ถูกลง

รีเทนชั่น (Retention) คือ การติดต่อเจรจากับ “ธนาคารเดิม” ที่คุณกำลังผ่อนอยู่ เพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลงตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ซึ่งเป็นนโยบายในการรักษาฐานลูกค้าเก่าที่มีประวัติการผ่อนชำระดี โดยที่คุณไม่ต้องย้ายวงเงินกู้ไปยังธนาคารอื่น

 

ตารางเปรียบเทียบ รีไฟแนนซ์ VS รีเทนชั่น แบบไหนเหมาะกับคุณ?

ปัจจัยพิจารณารีไฟแนนซ์ (ย้ายแบงค์ใหม่)รีเทนชั่น (อยู่แบงค์เดิม)
ธนาคารที่ติดต่อติดต่อธนาคารใหม่ติดต่อธนาคารเดิม
เอกสารที่ใช้เตรียมยื่นเอกสารเหมือนตอนกู้ใหม่ใช้เอกสารชุดเดิม
ระยะเวลาพิจารณาใช้เวลาพิจารณาอนุมัติ เหมือนตอนยื่นกู้ใหม่อนุมัติไว “ใช้เวลาไม่นาน” ในการพิจารณา
ค่าใช้จ่ายมีค่าธรรมเนียม “มากกว่า” เช่น ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง และอื่นๆไม่มีค่าใช้จ่าย
เป้าหมายหลักต้องการ “ดอกเบี้ยต่ำที่สุด” เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดต้องการ “ความสะดวก” และลดดอกเบี้ยลงในระดับที่รับได้

 

 

4.ตรวจสอบเงื่อนไขค่าปรับก่อนโปะ

ก่อนที่จะทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อปิดบัญชี หรือรีบโปะหนี้ให้หมดไวๆ สิ่งสำคัญคือต้องกลับไปตรวจสอบสัญญาเงินกู้อย่างละเอียดว่ามีเงื่อนไข “ห้ามไถ่ถอนก่อนกำหนด” หรือไม่ โดยปกติธนาคารมักกำหนดระยะเวลาห้ามปิดบัญชีภายใน 3-5 ปีแรก หากผู้กู้ดำเนินการปิดหนี้ก่อนกำหนด อาจต้องเสียค่าปรับ ดังนั้นควรเช็กเงื่อนไขให้แน่ใจเพื่อป้องกันการเสียเงินค่าปรับโดยไม่จำเป็น

 

 

5. หยุดสร้างภาระหนี้เพิ่ม 

วินัยทางการเงินคือ สิ่งสำคัญมากๆ ของการปลดหนี้บ้าน ในช่วง 3-5 ปีแรกของการผ่อนชำระถือเป็น “ช่วงเวลาทอง” ที่ควรเร่งตัดเงินต้นให้ได้มากที่สุด ดังนั้นจึงควรงดเว้นการสร้างหนี้สินระยะยาวก้อนใหม่ที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อรถยนต์คันใหม่ หรือการก่อหนี้ขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้กระแสเงินสด (Cash Flow) ในแต่ละเดือนลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการ “ชำระหนี้” ลดน้อยลงตามไปด้วย การโฟกัสที่หนี้บ้านเพียงอย่างเดียวจะช่วยให้คุณปิดหนี้บ้านได้เร็วที่สุดตามเป้าหมาย

 

เมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามแผนจาก “ปลดหนี้ไว” กลายเป็น “ขาดสภาพคล่อง” จะรับมืออย่างไร?

แม้การวางแผนผ่อนบ้านให้หมดเร็วจะเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ในโลกของความเป็นจริง เราอาจต้องเผชิญกับปัญหาทางการเงินที่ไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจขาดสภาพคล่อง หรือมีรายจ่ายฉุกเฉินก้อนใหญ่ถาโถมเข้ามา ทำให้จากที่เคยตั้งเป้าจะ “โปะบ้าน” กลับกลายเป็นแค่หาเงินมาจ่ายค่างวดให้ทันในแต่ละเดือนก็เป็นเรื่องยากลำบากแล้ว

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์การเงินเริ่มตึงมือ เสี่ยงต่อการผิดนัดชำระ หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อประคองธุรกิจและชีวิตให้เดินหน้าต่อ การมองหาตัวช่วยที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อรักษา “บ้าน” และ “เครดิต” ของคุณไว้ คือทางออกที่ปลอดภัยที่สุด

เปลี่ยนบ้านเป็นทุน หมุนเงินให้ทันด้วยการ “ขายฝากจำนอง”

หากคุณกำลังมองหาเงินก้อนด่วน หรือต้องการเคลียร์หนี้นอกระบบเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างหนี้ใหม่ บริการ ขายฝาก และจำนอง อสังหาริมทรัพย์ คือตัวช่วยที่ทำให้คุณกลับมามีสภาพคล่องได้ทันที โดยที่คุณและครอบครัวยังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้ตามปกติ ไม่ต้องย้ายออก และยังมีสิทธิ์ไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ตามเดิม 

 

ทำไมต้องเลือกใช้บริการ “ขายฝาก-จำนอง” กับเรา?

  • ประเมินจากมูลค่าทรัพย์สิน

เราเข้าใจถึงความจำเป็นในยามวิกฤต จึงพิจารณาอนุมัติวงเงินจากราคาประเมินของที่ดินและบ้านเป็นหลัก ช่วยให้คุณเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกและรวดเร็ว แม้ในวันที่เอกสารรายได้อาจไม่พร้อม

  • ถูกต้องตามกฎหมาย

ดำเนินการทำธุรกรรม ณ สำนักงานที่ดินทุกขั้นตอน เงื่อนไขโปร่งใส ไม่มีแอบแฝง ปลอดภัยจากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

  • ดอกเบี้ยต่ำ ตามที่กฎหมายกำหนด

ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.75% ต่อเดือน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยเพื่อให้คุณได้นำเงินไปต่อยอดธุรกิจ หรือเสริมสภาพคล่องได้อย่างสบายใจ

  • ประเมินวงเงินให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เราพร้อมดูแลคุณตั้งแต่วันแรก ด้วยบริการประเมินราคาของทรัพย์สินให้ฟรี เพื่อให้คุณทราบวงเงินเบื้องต้นโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ

  • มั่นใจด้วยประสบการณ์กว่า 15 

เราคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการขายฝาก-จำนอง ให้บริการด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเข้าใจปัญหาของลูกค้ามาอย่างยาวนาน 

 

สนใจปรึกษาปัญหาการเงิน หรือต้องการประเมินวงเงินเบื้องต้น เรายินดีให้คำปรึกษาและเคียงข้างคุณทุกขั้นตอน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่

โทร : 061-895-4469

Line OA : (@kaifakcoachtae) หรือ คลิกที่นี่

 

ข่าวสารความรู้อื่นๆ